ค่าที่วัดได้จาก Scoliometer ต่ำกว่า 5 องศา โดยทั่วไปถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ส่วน 7 องศา เป็นเกณฑ์ที่โครงการคัดกรองส่วนใหญ่ใช้ในการส่งต่อไปพบบุคลากรทางการแพทย์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางสำหรับการคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่การวัดความคดของกระดูกสันหลัง
Scoliometer บันทึกค่ามุมการบิดหมุนของลำตัว (ATR) ซึ่งคือลำตัวข้างหนึ่งยกสูงกว่าอีกข้างมากเท่าไรเมื่อก้มตัวไปข้างหน้า เนื่องจากเป็นการวัดการบิดหมุนที่ผิวแผ่นหลัง ไม่ใช่ที่ตัวกระดูกสันหลังเอง ค่าที่วัดได้จึงควรเข้าใจว่าเป็นสัญญาณบอกว่าควรตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ ไม่ใช่ตัวเลขที่บรรยายสภาพกระดูกสันหลัง
| ค่าที่วัดได้ | มักตีความว่า | ขั้นตอนถัดไปตามปกติ |
|---|---|---|
| 0–4 องศา | ต่ำ ความไม่สมมาตรเล็กน้อยพบได้ทั่วไปในประชากรทั่วไป | ติดตามตามปกติต่อไป โดยเฉพาะในช่วงที่เจริญเติบโตเร็ว |
| 5–6 องศา | ควรให้ความสนใจ และเป็นจุดส่งต่อตามปกติสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งความคดมองเห็นได้ยากกว่า | วัดซ้ำอย่างระมัดระวัง และพิจารณาไปรับการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญ |
| 7 องศาขึ้นไป | เป็นเกณฑ์การส่งต่อที่ยอมรับกันทั่วไปในโครงการคัดกรอง | ไปรับการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญ |
| เพิ่มขึ้นประมาณ 5 องศา | เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าค่าโดยรวมจะเป็นเท่าไร | ไปรับการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญ |
เกณฑ์การคัดกรองคือการแลกเปลี่ยนกันเสมอ ถ้าตั้งเส้นส่งต่อไว้ต่ำเกินไป เด็กที่แข็งแรงจำนวนมากจะถูกส่งไปถ่ายภาพรังสีโดยไม่จำเป็น ถ้าตั้งไว้สูงเกินไป ความคดที่ควรได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะถูกมองข้าม ประมาณ 7 องศาคือจุดที่โครงการคัดกรองส่วนใหญ่ลงตัวว่าเป็นสมดุลที่ใช้งานได้ โดยใช้ 5 องศาสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักเกิน เพราะความคดถูกกลบได้ง่ายกว่า ในประเทศไทยไม่มีเกณฑ์ ATR ที่กำหนดไว้ในระดับชาติ และงานวิจัยไทยก็เลือกใช้เกณฑ์ต่างกัน ทั้ง 5 องศา 7 องศา และ 10 องศา การศึกษาในนักเรียนกรุงเทพมหานครใช้ 10 องศาเป็นนิยามของกระดูกสันหลังคด และ 7 ถึง 9 องศาเป็นกลุ่มเสี่ยง ขณะที่การศึกษาในนักเรียนภาคใต้ใช้ 5 องศาเป็นเกณฑ์ผู้ที่สงสัย ดังนั้นเมื่อเทียบตัวเลขจากงานวิจัยไทยสองชิ้น ต้องดูก่อนว่าแต่ละชิ้นใช้เกณฑ์ใด หน้านี้ใช้เกณฑ์ 5 องศาและ 7 องศาซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปในระดับนานาชาติ แต่ละโครงการและแต่ละผู้ให้การรักษาอาจใช้จุดตัดต่างกันเล็กน้อย และผลลัพธ์แตกต่างกันตามอายุ ความสมบูรณ์ของกระดูก ชนิดของความคด และความสม่ำเสมอของการวัด
ค่าที่วัดครั้งเดียวเป็นเพียงภาพนิ่ง ชุดของค่าที่วัดด้วยวิธีเดียวกัน โดยคนเดียวกัน ในระยะห่างที่สม่ำเสมอ ให้ข้อมูลมากกว่าอย่างมาก ค่า ATR ที่ค่อย ๆ สูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนมีความหมาย แม้ค่าแต่ละครั้งยังดูไม่มาก ส่วนค่าที่พุ่งขึ้นครั้งเดียวแล้วกลับมาเท่าเดิม มักสะท้อนเทคนิคการวัดมากกว่าการเปลี่ยนแปลงจริง นี่คือเหตุผลที่การจดวันที่ ตำแหน่งที่วัด และผู้วัด คุ้มค่ากับเวลาเพียงไม่กี่วินาที สำหรับเทคนิคการวัด ดูที่วิธีใช้ Scoliometer
ในเด็กและวัยรุ่น สิ่งที่ต้องระวังคือความคดที่เพิ่มขึ้นในช่วงเจริญเติบโต จึงมักวัดซ้ำบ่อยกว่า ราวทุกสองถึงสี่สัปดาห์ในช่วงที่โตเร็ว และเมื่อพบแนวโน้มที่สูงขึ้นก็ควรดำเนินการโดยไม่รอ ในผู้ใหญ่ การเจริญเติบโตของกระดูกสิ้นสุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงมักช้ากว่าและเกิดจากความเสื่อมมากกว่าการเจริญเติบโต การติดตามเดือนละครั้งมักเพียงพอ พร้อมกับสังเกตอาการควบคู่ไปกับตัวเลข ทั้งสองกรณี เกณฑ์การส่งต่อข้างต้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการปรึกษานั้น
ควรไปรับการตรวจหากค่าที่วัดได้ถึงเกณฑ์การส่งต่อ หากค่าที่วัดสูงขึ้นตามเวลา หรือหากคุณสังเกตเห็นไหล่สองข้างไม่เท่ากัน สะบักข้างหนึ่งนูนกว่า เอวสองข้างไม่เท่ากัน หรือเห็นซี่โครงนูนขึ้นเมื่อก้มตัวไปข้างหน้า ผลลัพธ์และแนวทางดูแลที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล การตรวจร่างกายโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นวิธีเดียวที่จะรู้ว่าค่าที่วัดได้หมายถึงอะไรสำหรับคนคนนั้น
ใช้ได้ทั้งบน iPhone และ Android
เอกสารอ้างอิง: van West HM, Herfkens J, Rutges JPHJ และคณะ The smartphone as a tool to screen for scoliosis, applicable by everyone. European Spine Journal 2022;31:990–995. งานวิจัยนี้ประเมินการคัดกรอง ATR ด้วยสมาร์ตโฟนในฐานะวิธีการ และไม่ได้ประเมินแอปพลิเคชันใดเป็นการเฉพาะ